DISCOVER
NISMO HERITAGE
 
กว่าครึ่งศตวรรษที่เรื่องราวมอเตอร์สปอร์ตของนิสสันโลดแล่นอยู่บนโลกแห่งความเร็ว
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ในสนามแข่ง เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงจุดประกายแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นให้วิศวกรของนิสสันร่วมกันคิดค้น พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆให้กับวงการยานยนต์
อันกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ NISMO ตำนานมอเตอร์สปอร์ตที่หยุดหัวใจคนทั้งโลก
2527
จุดเริ่มต้นแห่งจิตวิญญาณ และความยิ่งใหญ่
ในอดีตกิจกรรมการแข่งขันรถยนต์ของนิสสันได้แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับทีมงาน (โรงงาน) และอีกส่วนหนึ่งสำหรับชุดของผู้ขับขี่ ซึ่งในเดือนกันยายน พ.ศ. 2527 บริษัทตัดสินใจที่จะรวมทั้งสองส่วน เข้าด้วยกันเพื่อเสริมสร้างความมุ่งมั่นที่มีต่อการแข่งขันรถยนต์ทั้งหมด และหน่วยงานใหม่นี้เรียกว่า “บริษัท นิสสัน มอเตอร์สปอร์ต อินเตอร์เนชั่นแนล” หรือที่เรียกย่อๆ ว่า นิสโม (NISMO) ซึ่งได้ก่อตั้ง แยกออกมาเป็นอีกบริษัท ที่มีนิสสันเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว
2527 จุดเริ่มต้นแห่งจิตวิญญาณ
และความยิ่งใหญ่
2529 24 ชั่วโมงแห่งความท้าทายที่เลอมองส์
2529
24 ชั่วโมงแห่งความท้าทายที่เลอมองส์
ในปี พ.ศ. 2529 นิสสันได้เริ่มต้นความท้าทายด้านมอเตอร์สปอร์ต อย่างไม่เหมือนใครในโลก ด้วยการแข่งขัน 24 ชั่วโมงที่เลอมองส์ (24 Hours of Le Mans) และนี่คือจุดเริ่มต้นแห่งความตื่นตาตื่นใจกับ การแข่งรถยนต์ระยะไกล ด้วยการส่งรถยนต์จีที (GT) และรถต้นแบบต่างๆ ซึ่งจัดเตรียมโดยนิสโม เข้าแข่งขันในสนามลาซาร์ธ (La Sarthe) อันลือชื่อ
2532
เปิดตัว สกายไลน์ จีที-อาร์ 32 อสุรกายก๊อดซิลล่า
นิสสัน สกายไลน์ จีที-อาร์ 32 (Nissan Skyline GT-R 32) ถูกแนะนำ ให้โลกได้สัมผัสในปี พ.ศ. 2532 ซึ่งจีที-อาร์ 32 นี้ อาจเป็นที่รู้จักดีที่สุด ผ่านการครองชัยชนะในการแข่งขันทางเรียบที่ Australian Touring Car Championship ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533-2536 ซึ่งในขณะนั้นนักข่าว ล้วนพร้อมใจกันตั้งฉายาให้รถคันนี้ว่า “ก๊อดซิลล่า” เพื่อสื่อถึงอสุรกาย ที่พร้อมจะสร้างความหวาดกลัวให้กับทุกคนที่ได้เห็น
2532 เปิดตัว สกายไลน์ จีที-อาร์ 32
อสุรกายก๊อดซิลล่า
2534-2541
ที่สุดแห่งขุมพลัง และความเร็วที่หยุดไม่อยู่
นิสสันประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในด้านมอเตอร์สปอร์ต ช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 นิสโม เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในสหรัฐอเมริกาและยุโรป เมื่อสกายไลน์ จีที-อาร์ 32 ได็รับชัยชนะทั้งหมดในการแข่งขัน สปา 24 ชั่วโมง (Spa 24 hours) ใน พ.ศ. 2534 และเมื่อ นิสโม จีที-อาร์ 33 ครองอันดับ 10 จากการแข่งขันที่เลอมองส์ (Le Mans) ใน พ.ศ. 2538 และนิสสัน อาร์ 390 จีที 1เข้าเป็นอันดับสามที่เลอมองส์ ใน พ.ศ. 2541
2547
การมาถึง และความอัศจรรย์ ของ แฟร์เลดี้ ซี
ในปี พ.ศ. 2547 แฟนๆได้ร่วมเป็นสักขีพยานแห่งการมาถึง และความอัศจรรย์ของแฟร์เลดี้ ซี (Fairlady Z) หรือ 350Z ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ที่จัดเตรียมโดยนิสโม ซึ่งได้เริ่มต้น ฤดูกาลการแข่งขันซูเปอร์จีที ในญี่ปุ่น และได้รับชัยชนะในการแข่งขัน ตั้งแต่ครั้งแรก จนในที่สุดก็ได้รับตำแหน่งทั้งสำหรับผู้ขับขี่และทีม และภายหลังยังคงสามารถรักษารางวัลต่อไปได้ในปีถัดไป
2547 การมาถึง และความอัศจรรย์
ของ แฟร์เลดี้ ซี
2551 สืบสานเจตนารมณ์ และชัยชนะกับ
นิสสัน จีที อาร์ 35
2551
สืบสานเจตนารมณ์ และชัยชนะกับ นิสสัน จีที อาร์ 35
การเปิดตัว นิสสัน จีที-อาร์ 35 ออกสู่สายตาโลกใน พ.ศ. 2551 นั้นนำไปสู่เหตุการณ์สำคัญครั้งใหม่ต่อการแข่งขันซูเปอร์จีที นั้นคือ การที่ จีที-อาร์ 35 ได้รับชัยชนะถึง 2 ปีติดต่อกันใน พ.ศ. 2554 และ 2555 ซึ่งในฤดูร้อนปีนั้นเอง ทีมของนิสสันได้เข้าเป็นที่ 1 และที่ 2 ในรุ่น LMP2 ของการแข่งขัน เลอมองส์ 24 ชั่วโมง (Le Mans 24 Hours)
NISMO TODAY
จิตวิญญาณ และเจตนารมณ์ ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
นิสโม ได้เติบโตอย่างโดดเด่นตั้งแต่ออกสู่ตลาดในปี พ.ศ. 2527 ทว่าจิตวิญญาณ และเจตนารมณ์นั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทั้งจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต นิสโม ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างสุดยอดสมรรถนะที่ขับเคลื่อนวงการมอเตอร์สปอร์ต และยังคงออกแบบวิศวกรรม และพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ ภายใต้ความหลุ่มหลงในความเร็วที่ไร้ขีดจำกัดต่อไป
Facebook
Twitter
Google Plus